82097 กระทู้ ใน 8492 หัวข้อ - โดย 8865 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: Miguel777



ผู้เขียน หัวข้อ: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675  (อ่าน 137502 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:23 น. »
G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675 R

เมื่อ 2 ปีที่แล้วมีโอกาสเขียนรีวิวของ Ducati Monster และ ER-6n ไปแล้ว มาปีนี้ฤกษ์ดีได้จับรถทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งเป็นรถขนาดกลางในตลาดเมืองไทยซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรุ่นที่ผู้คนอยากรู้จักและสัมผัส เลยขออนุญาติเขียนรีวิวจากประสบการณ์และความรู้สึกที่ได้สัมผัสมาจริง (ไม่ได้อิงข้อมูลเทคนิคจ๋าเพราะไปหาอ่านเอาที่อื่นก็ได้ แต่อิงข้อมูลจากการทดลองขับขี่เอง) เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเผื่อว่าอยากได้รถรุ่นนั้น ๆ จะได้มีข้อมูลช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น พูดง่าย ๆ คือ มีคนลองให้แล้ว

"ผมเขียนตรง ๆ ด้วยภาษาบ้าน ๆ ถ้าใช้แล้วรู้สึกดีก็บอกดี ถ้ารู้สึกแย่ผมก็บอกไม่ดี ซึ่งก็เป็นทัศนคติส่วนตัวของผู้ทดสอบ ถ้ารับไม่ได้อย่าอ่านครับ"

และเช่นเคย เนื่องจากรถแต่ละรุ่นมีแฟนคลับของตนเอง และรถแต่ละรุ่นต่างมีข้อดี ข้อเสียของตน ขออนุญาติห้ามโพสคอมเม้นว่ากันไปมาแบบไร้สาระนะครับ

สุดท้าย.......รถทั้ง 3 คันนี้ไม่เดิมเท่าไหร่แล้ว มีการใส่ของแต่งไปบ้าง (ผมลืมถ่ายรูปของเดิมตอนก่อนถอดไว้) แต่ผมจะรีวิวให้มันใกล้เดิมที่สุดละกัน ถ้าเปลี่ยนของเดิมกลับหมดคงไม่สะดวก อดเขียนให้อ่านกันพอดีครับ


Triumph Street Triple หลังจากนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า "675" (ราคารถ 750,000 บาท)

โฉมเก่า "ตากลม"


โฉมใหม่ "ตาตั๊กแตน"


รถเมืองผู้ดีสัญชาติอังกฤษ เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2007 มาพร้อมไฟหน้ากลมดิ๊ก 1 คู่ มีฝาแฝดผู้พี่คือเจ้า Speed Trple (เครื่อง 1050 CC) โด่งดังจากการถูกนำไปใช้เล่นหนังหลายเรื่อง เช่น Salt (โดย Angelina Jolie) และ Mission Impossible (Speed Triple โดย Tom Cruise) Triumph Street Triple ถือเป็นรถ naked bike ที่ขายดีที่สุดของ Triumph และได้รับการยอมรับจากหลายสำนักว่าเป็น naked bike ที่ดีที่สุดในโลก

Ducati Monster 795 และ 796 มันเหมือนกันหมดทุกส่วนยกเว้นสวิงอาร์มหลัง หลังจากนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า "795" (ราคารถ 795 อยู่ที่ 409,990 - 439,500 บาท/  ราคารถ 796 อยู่ที่ 679,500 บาท)

Monster 696/ 795


Monster 796


รถแบรนด์ดังสัญชาติอิตาลี เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 เปลี่ยนโฉมมาแล้ว 1 รอบ และเป็น 1 ในรถคลาสสิคขายดีของ Ducati ที่ทำยอดขายสูงที่สุดในบรรดารถทุกคลาส เปิดตัวโฉมผลิตในเมืองไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้วในรหัส 795 (เครื่องยนต์ 796 CC) เล่นหนังหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน

Kawasaki Z800 หลังจากนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า "Z800" (ราคารถ 375,000 บาท)

Z750 ผู้พี่


Z800 โฉมปัจจุบัน


รถสัญชาติญี่ปุ่น ประวัติของรหัส "Z" มีมายาวนานตั้งแต่ปี 1972 โฉมตัว Z800 เป็นการเปลี่ยนโฉมมาจากตัว Z750 ซึ่งทำยอดขายถล่มทลายในเมืองนอก รวมทั้งในญี่ปุ่นเอง (แต่ไม่ขายในไทย) ส่วน Z800 โฉมปัจจุบันเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2012 ทำในเมืองไทย ส่งขายทั่วโลก เมืองไทยเองเพิ่งมาขายปลายปี 2013 นี่เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ก.ย. 2013, 12:42 น. โดย G-Force (หมู) »

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800,Ducati Monster 795/796,Triumph Street Triple675
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:24 น. »
เรือนไมล์
675:


เป็นแบบดิจิตอลผสมระบบอนาล๊อค โดยส่วนตัวผมชอบแบบนี้ มันเหมือนการผสมระหว่างความไฮเทค แต่ยังได้ความดิบเวลาเข็มวัดรอบตีขึ้นอยู่ ความเร็วบอกเป็นเลขดิจิตอลด้านซ้ายส่วนวัดรอบเป็นเข็มด้านขวา เป็นเรือนไมล์เดียวใน 3 คันที่มีไฟบอกตำแหน่งเกียร์, ระดับน้ำมันทำมาได้ละเอียดมาก ไม่ต้องมานั่งลุ้นกันตอนน้ำมันจะหมด, มีนาฬิกา มีเซ็ตทริป A ทริป B ได้, บอกอัตราสิ้นเปลืองได้, บอกไฟแบ๊ตเตอรี่ได้ ว่าง่าย ๆ คือบอกละเอียดที่สุดแล้ว มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่การปรับตั้งค่าสามารถปรับได้จากการกดปุ่มสีดำ 2 ปุ่มบนเรือนไมล์เท่านั้น ไม่สามารถปรับตั้งจากตัวประกับได้ และไม่มีไฟฉุกเฉิน

795:


เป็นเรือนไมล์ดิจิตอลทันสมัยเต็มตัว ด้านบนเป็นแถบวัดรอบ ด้านล่างบอกความเร็ว และไมล์ที่วิ่งไปแล้ว, มีนาฬิกา สามารถเซ็ตทริป A ทริป B ได้, บอกไฟแบ๊ตเตอรี่ได้ ข้อดีมาก ๆ คือสามารถปรับตั้งค่าทุกอย่างได้จากประกับซ้ายขณะขี่รถอยู่ ข้อเสีย? Ducati ก็ไม่มีไฟฉุกเฉิน (สักรุ่นเดียว) และไม่ให้เกจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงมาด้วย จะมีแค่ไฟขึ้นเตือนว่าน้ำมันใกล้หมดเท่านั้น ไฟขึ้นเมื่อไหร่วิ่งได้อีก 30 โล ถ้าหาปั้มเติมไม่ได้เตรียมเข็นรถได้เลย

Z800:


ถูกอัพเกรดเป็นดิจิตอลตามสมัย แถบตรงกลางเป็นเข็มวัดรอบ (น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจาก Lamborghini Reventon) มีอัตราสิ้นเปลือง มีนาฬิกา เซ็ตทริป A ทริป B ได้, มีเกจบอกน้ำมันเชื้อเพลิง และบอกความเร็วอยู่ด้านขวามือ ข้อที่ดีมาก ๆ เลยคือเป็นคันเดียวใน 3 คันที่สามารถเปิดไฟฉุกเฉินได้!!! แต่สามารถเซ็ตข้อมูลได้จากปุ่มตั้งค่าที่เรือนไมล์เท่านั้น เซ็ตที่ประกับแบบ Ducati ไม่ได้


มุมมองด้านหน้า
675:


ไฟหน้าทรงประหลาด ละม้ายคล้ายตั๊กแตน แต่บางคนก็บอกว่าสวยมากไม่เหมือนใคร บางคนบอกขัดใจแม่ยาย อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ไฟหรี่และไฟสูงอยู่ในโคมเดียวกัน มิติรถดูจากด้านหน้าขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่นัก

795:


ไฟหน้าทรงกลมสุดคลาสสิค ดูได้ดูดีไม่มีเบื่อ ไฟหรี่และไฟสูงอยู่ในโคมเดียวกัน มิติรถดูจากด้านหน้าขนาดกำลังดี

Z800:


ไฟหน้าเหมือน Z250 เลย ดูโฉบเฉี่ยวเหมือนนินจาทำตาดุ ๆ ไฟหรี่และไฟสูงอยู่ในโคมเดียวกัน มิติรถเมื่อดูจากด้านหน้าจะค่อนข้างใหญ่


มุมมองด้านหลัง
675:


ตูดแหลม ท้ายโด่งขึ้น ไฟท้าย LED เรียงกัน 3 แถวในแนวตั้ง ท่อออกด้านล่างขวา 1 ใบเพื่อลดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลงตามสมัยนิยม

795:


ไฟ LED เรียงกันในแนวนอน ท่อออกท้าย 2 ใบ ซ้าย-ขวา เหมือนกระบอกปืนคู่ เท่ห์กันไป

Z800:




ท้ายโด่งมากกกก ดีไซน์เก๋ด้วยไฟเบรค LED รูปตัว "Z" ท่อออกข้างเดียวเพื่อลดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลงเช่นเดียวกับ 675 ข้อดีอย่างนึงของเจ้า Z800 คือมือจับคนซ้อนด้านหลังถูกดีไซน์เข้ากับตัวรถมาเลยโดยอยู่ด้านล่างติดกับไฟท้าย ไม่ต้องซื้อเพิ่มให้เปลืองกะตังค์ แต่ว่างานประกอบ Z800 ยังไม่ค่อยเนียนเพราะถ้าสังเกตุดี ๆ จะเห็นชิ้นงานพลาสติคอ้าอยู่หลายที่เหมือนกัน

ภาพหลาย ๆ มุมเพื่อเปรียบเทียบมิติของตัวรถ










มุมมองด้านข้าง (และเมื่อคร่อม)
โดยส่วนตัวผมสูง 175 ซม. หนัก 68 กก. เพื่อให้เห็นภาพผมคร่อมรถโดยการถอดรองเท้า จะได้พอเข้าใจความสูงของรถกัน (ใส่รองเท้าก็บวกกันเพิ่มประมาณ 1 นิ้ว)

675:






บ้านเราเอาเข้ามาทำตลาดเฉพาะรหัส "R" แฟริ่งข้างสีแดงสวยงาม ตัดกับซับเฟรมสีแดงดูเข้ากันอย่างลงตัว ท้ายรถยกสูงให้อารมณ์สปอร์ต ท่อไอเสียออกด้านล่างเพื่อลดศูนย์ถ่วงทำให้การควบคุมรถง่ายยิ่งขึ้น ไฟหน้าเมื่อดูจากด้านข้างเหมือนรถประกอบไม่เสร็จ แต่บางคนว่าดิบดี รถเป็นสวิงอาร์มคู่ล้อแม๊กลายห้าก้านสวยงาม ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนเพิ่ม จากการคร่อมเป็นรถที่ต้องเขย่งมากที่สุด แต่ถ้าใส่รองเท้าขี่รถก็จะเขย่งเพียงนิดเดียวดูไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

795:






พอดีว่าคันนี้โดนทำเป็น 796 ไปแล้ว (เปลี่ยนเป็นสวิงอาร์มเดี่ยว โชว์ล้อ) ซึ่งท้ายจะยกขึ้นสูงกว่าเดิมเล็กน้อย ปกติเป็นรถสวิงอาร์มคู่ ท่อไอเสียคู่ออกด้านท้ายแลดูดุดัน รูปทรงคลาสสิคอีก 10 ปีคาดว่าหน้าตาก็ไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้เท่าไหร่นัก ตัวรถดีไซน์ให้มีเฟรมน้อยที่สุดเพื่อโชว์เครื่อง โชว์เฟรมถัก (อีก 1 เอกลักษณ์ของ Ducati) และเพื่อลดน้ำหนัก ตัว 795 เองจริง ๆ ล้อเป็นลาย 3 ก้าน หน้า-หลัง แต่ถ้า 796 เป็นลายนี้ตามรูป เมื่อคร่อม 796 ต่อให้สูงขึ้นก็ยังสามารถคร่อมได้เต็มฝ่าเท้าเหมือน 795 คนที่ตัวเล็กหน่อยจะขี่แล้วค่อนข้างมั่นใจ

Z800:






ตัวถังใหญ่เบ้อเร่อ ท้ายเล็กติ๊ดเดียว จะว่าสวยหรือไม่อยู่ที่บุคคล ทุกชิ้นส่วนของตัวรถเหมือนจงใจดีไซน์ให้มากองกันหมดที่กลางรถ รวมทั้งท่อไอเสียด้วยเพื่อเหตุผลด้านศูนย์ถ่วงตามแฟชั่น เมื่อคร่อมแล้วจะเขย่งอยู่นิดหน่อย แต่น้อยกว่าเจ้า 675 แต่ถ้าใส่รองเท้าก็เกือบเต็มฝ่าเท้าครับ


มุมมองถังน้ำมัน
นอกจากบั้นท้ายแล้ว ผมเชื่อว่าถังน้ำมันเป็นอีก 1 แห่งที่จะใช้เปรียบเทียบความสวยงาม

675:




ส่วนเว้า ส่วนโค้งสวยงาม ขนาดถังน้ำมันไม่ใหญ่เทอะทะเมื่อเทียบกับอีก 2 รุ่น เวลาขับขี่สามารถหนีบถังได้อย่างมั่นใจที่สุดใน 3 รุ่น

795:




ขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง ดีไซน์เด่นสะดุดตาด้วยช่องลมดักอากาศทางด้านหน้าตัวถังทั้ง 2 ข้าง เวลาขับขี่สามารถหนีบถังได้ดี

Z800:




ยังกับหลังอูฐ จะใหญ่ไปไหน เชื่อว่าทำมาให้รับกับขนาดเครื่องยนต์ 4 สูบซึ่งกินเนื้อที่ค่อนข้างมาก ขนาดใหญ่ที่สุดและนูนขึ้นข้างบนมากที่สุดเมื่อเทียบกันทั้ง 3 รุ่น

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800,Ducati Monster 795/796,Triumph Street Triple675
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:24 น. »
มุมมองด้านบน (ทั้งหน้า-หลัง)
675:






เป็นรถที่เอวกิ่วที่สุดแล้ว เหมือนผู้หญิงไม่ได้กินข้าว แต่ก็ทำให้การหนีบถังเวลาขี่ทำได้ดีที่สุด เบาะเป็นแบบชิ้นเดียวติดกันทั้งคนขี่และคนซ้อน ไม่ลาด ไม่เท นั่งซ้อนได้สบาย ออกทริปไม่เมื่อย มุมมองเวลาขี่มองไปจะเห็นจะงอยสีแดงโผล่มาข้าง ๆ ถังดังรูป

795:






รูปทรงและดีไซน์ดูสวยงาม สมส่วน เบาะเป็นแบบชิ้นเดียวติดกันทั้งคนขี่และคนซ้อน ลาดนิด เทหน่อย แต่ยังนั่งซ้อนได้สบาย ออกทริปอาจมีบ่นทรมานนิดนึง มุมมองเวลาขี่มองไปด้านหน้าแล้วดูลงตัวที่สุดจากดีไซน์ตัวถังที่โค้งมน

Z800:






มุมมองจากด้านข้างดูท้ายเล็กมาก แต่ถ้าดูจากด้านบนแล้วจะพบว่าบั้นท้ายไม่เล็กเลย ผ้าหุ้มเบาะคนขี่ถูกลงอักขระ "Z" มาเต็มเบาะ ส่วนเบาะคนซ้อนเป็นผ้าธรรมดา ออกจะลื่นและดูราคาถูกด้วย จากเบาะคนซ้อนที่เทมาด้านหน้า ถ้าซ้อนก็นั่งกันตัวเกรงเลยไม่งั้นตัวจะมาแปะคนขี่ตลอดเวลา (สไตล์นี้บางคนชอบมาก ผมเข้าใจ) เวลาออกทริปคนซ้อนทรมานมากกก (แต่คนขี่บางคนก็คงชอบมากกก) มุมมองเวลาขี่มองไปเหมือนมีเขาโผล่มาอยู่ข้างตัวถัง


เครื่องยนต์
675:


เครื่องยนต์ขนาด 675 CC ตามรหัส 3 สูบเรียงตามเอกลักษณ์ของ Triumph ระบายความร้อนด้วยน้ำ, โรงงานเคลมที่ 106 แรงม้า, เกียร์ 6 สปีด เติมน้ำมันเต็มถังประมาณ 500 บาท

795:


เครื่องยนต์ขนาด 803 CC มี 2 สูบวางเป็นรูปตัว L ตามเอกลักษณ์ Ducati ระบายความร้อนด้วยอากาศ, โรงงานเคลมที่ 87 แรงม้า, เกียร์ 6 สปีด เติมน้ำมันเต็มถังประมาณ 500 บาท

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800,Ducati Monster 795/796,Triumph Street Triple675
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:25 น. »
Z800:


เครื่องยนต์ขนาด 806 CC เป็น 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ, โรงงานเคลมที่ 113 แรงม้า, เกียร์ 6 สปีด เติมน้ำมันเต็มถังประมาณ 500 บาทเช่นกัน


ระบบกันสะเทือน
675:




ใช้โช๊คแบบปรับระดับได้ทั้งหน้าและหลังของ Kayaba (คายาบ้า ไม่ใช้ ค้ายาบ้า) เวลาวิ่งแล้วลงหลุม (ที่มีอยู่มากมายบนถนนเมืองไทย ไม่ปะ ไม่ซ่อมกันสักที) โช๊คนุ่มนวลราวกับวิ่งอยู่บนก้อนเมฆ ไม่มีกระแทกกระทั้นมาให้ระคายเคืองแผ่นหลัง แต่ถ้าจะใช้ลงสนามปรับให้แข็งขึ้นอีกนิดนึงจะเหมาะมาก

795:




ของเดิมเป็นสีเงิน ใช้โช๊คหน้าจาก Marzocchi นิ่มไหม? นิ่มอยู่แต่กระด้างกว่าเจ้า 675 คนใช้ขี่ลงสนามน่าจะชอบ โช๊คหลังเป็นสปริงโมโนช๊อคปรับระยะได้ วิ่งในเมืองโอเคแม้ไม่นิ่มเท่า 675 และ Z800 แต่รับได้ ไม่กระด้างเหมือนพวกตัวสปอร์ต

Z800:




ใช้โช๊คแบบปรับระดับได้ทั้งหน้าและหลังของ Kayaba (ด้านหลังมี ซับแทงค์ด้วย) วิ่งผ่านลูกระนาดเนียนมาก ไม่มีกระเทือนถึงหลัง ยอมรับว่า 675 นิ่มกว่านิดนึง แต่ถ้าใช้เพียงคันเดียวไม่ได้มาเปรียบเทียบก็ไม่ใช่ประเด็นครับ


เปิดดูใต้เบาะกัน
รถพวกนี้ถูกผลิตมาเพื่อการขับขี่เป็นหลัก จงอย่าคาดหวังว่าช่องเก็บของจะใหญ่เท่าฮอนด้า PCX

675:


น่าจะเป็นรถที่มีช่องให้เก็บของใหญ่ที่สุดใน 3 คัน เปิดมาจะเจอแบตเตอรี่ กล่องฟิวส์ กล่องดักไอน้ำมัน และเครื่องมือแปะไว้เลย (ไม่มีถุงใส่เครื่องมือ) บนเครื่องมือมี่ที่วางของที่ "แบน ๆ เล็ก ๆ" ได้นิดหน่อย

795: รูปเดิมไม่มีครับ หาไม่เจอ เอาเป็นว่าใส่ได้แค่ผ้าเช็ดรถผืนเล็ก ๆ ผืนเดียว มีถุงเครื่องมือสีแดงเล็ก ๆ ให้มาอีก 1 ชิ้นครับ

Z800:


มีเนื้อที่เล็กที่สุดในบรรดารถทั้ง 3 คัน มีแค่ในรูปที่เห็นครับ ถุงสีดำ ๆ คือเครื่องมือที่แถมมากับตัวรถ

ถ้าเป็นไปได้ ไม่ลำบากอะไรให้ซื้อเครื่องมือเก็บไว้บ้างยามฉุกเฉินครับ เครื่องมือที่แถมมากับรถแค่แถมมาเล่น ๆ ให้ดูว่ามี วัสดุไม่ได้ดีอะไร เอามาใช้งานจริงไม่ค่อยได้เรื่องครับ

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800,Ducati Monster 795/796,Triumph Street Triple675
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:25 น. »
รูกุญแจ
675 และ 795:




เหมือนกันยังกับใช้วิศวะกรคนเดียวกันในการออกแบบ ตำแหน่งของการบิดรูกุญแจและฟังค์ชั่นการทำงานเหมือนกันทุกประการ เริ่มที่ตำแหน่งแรก บิดมาทางขวาเป็นการติดเครื่องยนต์ หากบิดไปทางซ้ายเป็นการล็อคคอรถ สามารถบิดไปได้อีก 1 คลิ๊ก (ตำแหน่ง P) จะเป็นการเปิดไฟหรี่ใช้เวลาจอดข้างทางยามค่ำคืน

Z800:


เหมือนกันกับเจ้า 675 และ 795 ต่างไปตรงที่ว่าตำแหน่ง P จะสามารถเปิดไฟฉุกเฉินของตัวรถได้ ใช้เวลาจอดข้างทางยามค่ำคืน และเห็นชัดมากกว่าแค่การเปิดไฟหรี่แน่นอน


ระบบเบรค
675:






ใส่ Nissin ขนาด 4 pots มาที่เบรคหน้า มาพร้อมสายถักแยกหัว ยิงน้ำมันเบรคตรงลงมาที่ตัวเบรคล่างทั้ง 2 ข้างเลย จากการใช้งานพบว่ามีอาการ "จิก" เมื่อกดเบรคหน้า ไว้ใจได้ เอาอยู่ครับ เบรคหลังมาเป็น Brembo 1 pots เพียงพอต่อการชะลอรถ และตัวรถมีระบบ ABS มาให้เลย

795:


เบรคหน้ามาพร้อม Brembo Radial (ในภาพเป็น M4) ขนาด 4 pots มาเป็นสายถัก ยิงน้ำมันลงมาที่ปั้มล่าง 1 ตัวแล้วจึงแยกหัวน้ำมันออกไปเข้าปั้มอีกข้าง (ระบบสายของ 675 จะให้ประสิทธิภาพดีกว่า) แต่อย่างไรก็ตามเวลาขี่รถกดเบรคมีอาการ "จิก" ชัดเจนถ้าไม่ตามกระแสก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแต่อย่างใด เบรคหลังมาเป็น Brembo ไว้ใจได้เช่นกัน รถ 795 เวอร์ชั่นแรกไร้ ABS มาปี 2013 ใส่ ABS มาให้ด้วยแต่ต้องเพิ่มเงินตามระเบียบ

Z800:




เบรคหน้า Nissin ขนาด 4 pots เช่นเดียวกับ 675 แต่เป็นคนละรุ่นกัน สายเบรคติดรถมาไม่ใช่สายถักแต่เป็นสายยาง ประสิทธิภาพสู้สายถักไม่ได้ วิธีเดินสายยิงลงมาที่ปั้มเดียวแล้วแยกต่อเข้าปั้มอีกตัวเช่นเดียวกับ 795 จากการใช้งานพบว่าเบรค "ไม่จิก" เลย บีบเบรคหน้าทำได้เพียงแค่ชะลอรถเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่รถแรงม้ามากที่สุดในกลุ่มแต่เบรคให้มาแย่สุดเลย ควรแก้ไขครับ เบรคหลัง Nissin ใช้ได้เพียงชะลอรถเช่นกัน ตัวรถเองไม่มีระบบ ABS ติดรถมาให้คาดว่าเอาไว้อัพเกรดขายต่ออีกเวอร์ชั่นนึง


ยางติดรถ
675:


ให้ติดรถมาเป็น Pirelli Diablo Rossa Corsa (ชื่อยาวชะมัด) หน้าขนาด 120 หลังขนาด 180 เกาะถนนหนืบดี ไม่ต้องเปลี่ยนครับ

795:


ติดรถมาเป็น Pirelli Angel ต้องวิ่งสักพักจึงจะหนืบ ถ้ามีแอ่งน้ำอยู่แล้วรถวิ่งผ่านด้วยความเร็วท้ายอาจมีร่อนได้ ยางหน้าขนาด 120 หลังขนาด 160 ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ 180 มาเลยทั้ง ๆ ที่ 796 (เครื่องยนต์บล๊อคเดียวกัน) กลับใส่ยาง 180 มาให้

Z800:


ติดรถมาพร้อมยาง Dunlop Sportmax หน้าขนาด 120 หลังขนาด 180 เนื้อยางนิ่ม วิ่งหนืบ ไม่คาใจแล้วครับ ไม่ต้องอัพเกรดกันให้เปลืองเงินอีก


ซุ่มเสียง
เสียงท่อที่ได้ยินใน Youtube ถ้าเป็นของจริง คูณเพิ่ม 3 เท่าครับ

675:





มีแค๊ตอยู่ 2 ตำแหน่ง จุดแรกอยู่ที่ตอนรวมคอท่อที่ออกมา 3 เส้น ตำแหน่งที่ 2 อยู่ท่อเดิม เพราะฉะนั้นเสียงเงียบกริบ บิดคันเร่งได้ยินแค่เสียงวี่ ๆ ๆ ยังกับขี่หรือนั่งจานบินอยู่ เมื่อเปลี่ยนท่อแค๊ตตรงปลายหายไป ขอบอกว่า Triumph เป็นรถที่เสียงหวานมากกกกกกกกกกกกกกกก รถ 3 สูบเสียงเค้าหวานจริง ๆ (แนะนำให้เปิด ESPN ตอนแข่ง MotoGP รถที่เปลี่ยนท่อได้เสียงประมาณนั้น) ยิ่งเวลาลากรอบสูง เสียงยิ่งหวาน

795:





มีแค๊ตอยู่ตรงปลายท่อทั้ง 2 ใบ (ทำให้ความร้อนสะสมอั้นอยู่ตรงนั้น) เวลาติดเครื่องคนซ้อนจะร้อนมาก ลงรถไม่ดีขาอาจมีรอย เสียงเวลาไม่เปลี่ยนท่อเหมือนโรงโม่หินย่อม ๆ ตามลักษณะเครื่อง 2  สูบ L-Twin เมื่อเปลี่ยนท่อ แค๊ตหายไป ความร้อนลดลงชัดเจน คนนั่งยิ้มกริ่มขึ้น-ลงขาไม่พองอีกต่อไป ซุ่มเสียงออกแนว คำราม ดุดัน ถ้าใครชอบบิดคันเร่งแล้วให้เสียงออกมาเป็นลูก ๆ โหด ๆ ต้อง Ducati ครับ

Z800:





มีแค๊ตอยู่ 2 ที่ตำแหน่งเหมือนเจ้า 675 เป๊ะเลย เสียงรถกับท่อเดิมขอบอกว่าเงียบมาก นึกว่าขี่รถพลังงานไฟฟ้าอยู่ พอเปลี่ยนท่อเข้าไปแค๊ตยังคงเหลืออยู่ที่นึงทำให้ไม่ดังหนวกหูมากจนเกินไปในรอบต่ำ แต่ถึงกระนั้นซุ่มเสียงที่เปลี่ยนไปยังคงเป็นขาโหด 4 สูบ บิดคันเร่งเสียงมาแบบ วุ่ม ๆ ๆ เกิน 6000 รอบไปเรียกได้ว่าลั่นสนั่นทุ่ง (แต่ยังขอยืนยันว่า 3 สูบของเจ้า 675 เสนาะหูกว่า)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ก.ย. 2013, 12:31 น. โดย G-Force (หมู) »

ออฟไลน์ G-Force (หมู)

  • Sponser
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 28
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800,Ducati Monster 795/796,Triumph Street Triple675
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:26 น. »
การขับขี่
675: ตัวผมเองได้มีโอกาศลองขี่รถมาหลายคัน หลายรุ่น ใช้งานส่วนใหญ่ในเมือง ออกทริปมีบ้าง ต้องขอยอมรับจากใจว่าเจ้า 675 เป็นรถที่ใช้แล้ว "เสพติด" มีอาการ "ไม่อยากคืนกุญแจรถ" ให้เพื่อน ด้วยน้ำหนักตัวที่ 182 กิโล คอรถหักได้ค่อนข้างเยอะและตัวถังที่เพรียวบาง ชีวิตการขี่รถในเมืองช่างน่าอภิรมย์จริง ๆ รถติดก็มุดตาม Wave ได้ ไม่ต้องจอดคอยไฟเขียวหลังรถเก๋ง (ไม่ได้โม้)

ความรู้สึกเวลาขี่เจ้า 675 เหมือน "ขี่จักรยาน" คือขี่ง่าย บาลานซ์รถโคตรดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีกำลังให้ใช้เหลือ ๆ บิดเป็นมา เสียงหวาน มันส์ สะใจ เกียร์เข้าได้ง่ายที่สุดใน 3 คัน เวลาจะเลี้ยวเข้าโค้งรถใหญ่ส่วนมากต้องใช้น้ำหนักตัวคนขี่ช่วยนิดนึงให้การเข้าโค้งง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นเจ้า 675 แค่คิดว่าจะเลี้ยว ตาหันไป รถมันก็เลี้ยวแล้วครับ ขี่ง่ายมากไม่ต้องใช้กำลังภายในช่วยให้วุ่นวาย ต่างประเทศชอบพูดว่าเป็น naked bike ที่ดีที่สุดในโลก ต้องยอมรับว่าเค้าพูดไม่เกินเลยจริง ๆ

บางคนบอกว่าเครื่องเบาไปหน่อยแค่ 675 CC เอง ขอฟันธงว่าถ้าคุณขี่ในวิสัย "มนุษย์ปกติทั่วไป" ในช่วงความเร็วตั้งแต่ 0-160 บอกได้เลยว่ากำลังที่มีให้นั้นเกินพอและเข็มรอบกวาดขึ้นเร็วด้วย แต่ถ้าขี่ถึงขั้น "ยอดมนุษย์" หรือยืนพื้นเกิน 200 ตลอดเวลา ผมว่าดูรุ่นพี่อย่างเจ้า Speed Triple จะดีกว่า

795: ถ้าคุณเป็นคนชอบรถที่ออกตัวเร็ว ดุดัน บิดทีล้อหน้าแทบลอย คงต้องใช้ Ducati เพราะด้วยลักษณะเครื่องยนต์ L-Twin คุณจะได้ระเบิดความมันส์อย่างว่า รอบต้นรถพุ่งกระฉุด แต่ด้วยแฮนด์ที่ค่อนข้างกว้าง และท่าขี่ที่โน้มไปข้างหน้า เวลาจราจรติดขัดเราอาจต้องปล่อยให้พี่ Wave ไปก่อน หากนั่งโดยไม่หนีบถังแป๊ปเดียวมือจะชา ขาจะล้า ต้องนั่งให้เป็นแล้วจะขี่ได้สนุก เข้าเกียร์ทีเสียงดังไปถึงปากซอย

เครื่องในรอบต่ำของเจ้า 795 จะออกแนวกระตุก ๆ ตามสไตล์เค้า บางคนไม่ชินจะบีบคลัชต์เพราะกลัวเครื่องดับ ทำให้เวลาเข้าโค้งที่รอบต่ำค่อนข้างอันตราย ขอคอนเฟิร์มว่าเครื่องไม่ดับนะครับ แนะนำให้กรอคันเร่งช่วยนิดนึงจะขี่ได้ง่ายขึ้น น้ำหนักรวมรถเปล่าประมาณ 170 กิโล ถึงจะเบากว่า 675 แต่รับประกันว่ารถไม่พลิ้วเท่า Triumph และเนื่องจากเป็นรถระบายความร้อนด้วยอากาศ หากไม่ได้วิ่งจะค่อนข้างร้อนขามากทีเดียว

ถ้าไม่เคยขี่ Ducati มาก่อนเลยแต่อยากลองความดิบของมัน แนะนำให้ใช้ 795 หรือ 796 ก่อนเพราะเป็นรถที่ขี่ง่ายที่สุดของค่ายนี้ รุ่นอื่นต้องคุมคันเร่งนิดนึงไม่งั้นหน้าลอยเอาดื้อ ๆ ไม่ก็เปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเอา

Z800: รถสไตล์ 4 สูบเรียง รอบต้นไม่กระโชกโฮกฮากเหมือน Ducati แต่พอเกิน 4500 รอบไปแล้วก็ดึงยาวจนถึง 10000 รอบไปเลย ตัวรถเองแม้จะพกน้ำหนักมากว่า 229 กิโล เพราะเป็นเหล็กทั้งคัน (Ducati Diavel หนัก 239 กิโล) แต่ถ้าล้อวิ่งเมื่อไหร่รถจะเบาหวิวและพลิ้วไหว ต้องขอบคุณการดีไซน์ที่จับเอาทุกอย่างมารวมไว้ตรงกลางรถเช่นเดียวกับ 675 ทำให้บาลานซ์ของรถออกมาดีมาก ๆ  ถ้าไม่จอดลงมาเข็นจะไม่รู้เลยว่ารถพกน้ำหนักมาเยอะขนาดไหน

ตัวรถเองขี่ง่ายมาก ๆ ๆ ๆ สไตล์รถสูบเรียง ไม่มีอาการชักกระตุกในรอบต่ำให้เห็น ออกตัวเกียร์ 3 รถยังพุ่งอยู่เลย ไม่ต้องลดเกียร์ลงมาต่ำ ๆ เหมือนเครื่อง 2 สูบ โดยรวมแล้วเป็นรถขี่สนุก เรี่ยวแรงพละกำลังเพียงพอ
จะมีข้อให้ติหนัก ๆ เลยก็คือเรื่องเบรคที่ให้มากับตัวรถที่รู้สึกว่าไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่  และน้ำหนักตัวรถที่มากเกินตัว ถ้า 2 ข้อนี้ถูกแก้ไขออกไปเมื่อไหร่ ผมว่า Triumph มีหนาว


สรุปข้อดี-ข้อเสีย (ทัศนคติส่วนตัว)
675: ข้อดี
1. เป็นรถ naked bike ที่ขี่ง่าย และสนุกสุด ๆ มือใหม่ขี่ได้สบาย มือเก่าเล่นรอบกันสนุก ยิ่งเสียงรอบสูงนึกว่าอยู่ขอบสนาม MotoGP
2. เรือนไมล์บอกข้อมูลรถละเอียดที่สุดใน 3 คัน
3. วัสดุ และงานประกอบดี
4. ตัวถังกระทัดรัด คอหักเลี้ยวได้มาก มุดตาม Wave ตอนรถติด ๆ ได้เลย
5. ตัวรถมีน้ำหนักเบา คุณภาพชีวิตลั้นลาเวลาเข็น
6. เครื่อง CC น้อย ประหยัดน้ำมัน (ถ้าไม่เล่นรอบ)
7. ไม่ร้อนต้นขา เวลาจอดติดไฟแดง
8. ขี่ไปไหนก็ไม่โหล
9. กระจกมองข้างเดิมติดรถสามารถพับเข้าได้ เวลาขี่อยู่ถ้าเกะกะพับหลบแล้วมุด (ตาม Wave) ต่อได้สบาย (แต่ดีไซน์กระจกไม่สวย)

675: ข้อเสีย
1. ราคาซื้อ Honda Civic ได้ 1 คัน
2. ค่าอะไหล่ ค่าแรง กับค่าเอ็กเซสประกันไม่ถูกนะจ๊ะ (เรียกว่าค่าเอ็กเซส "EXCESS" ไม่ใช่ค่า accept หรือ except อย่างที่ชอบเรียกกัน) แต่การบริการของศูนย์ดีมาก ๆ ไม่งอแง ไม่เรื่องเยอะ
3. เรื่อง performance รถไม่มีที่ให้ติจริง ๆ (ไม่ต้องเชื่อผม ไปลองหาขี่ดูเอง)


795: ข้อดี
1. เป็นรุ่นรถที่เปลี่ยนทรงน้อยมากในรอบ 10 ปี ถูกใจซื้อเก็บไว้ได้
2. รอบต้นดึงจัด มันส์ที่สุดใน 3 โลก ใครชอบแนวโหด ชอบยกล้อต้องคันนี้ มือใหม่ก็ขี่ได้ แป๊ปเดียวก็ชินรถ
3. แบรนด์ดังระดับโลก ใครชอบขี่มอไซด์อยากลองทุกคน
4. อิตาเลียนดีไซน์
5. ตัวรถน้ำหนักเบา เข็นสบาย
6. ขาเหยียบเต็ม ไม่สูงมาก คนตัวเล็กขี่ได้มั่นใจ
7. วัสดุใช้ได้ งานประกอบโอเค (รุ่นนำเข้าจากนอกวัสดุและงานประกอบจะเข้าตากว่า)

795: ข้อเสีย
1. ร้อนต้นขามากก หากติดไฟแดงเกิน 40 วิ แนะนำให้ดับเครื่อง
2. ยางหลังให้มาขนาด 160 ไม่ได้เข้ากับรถเลยสักนิด
3. กระจกมองข้างเดิมติดรถขี่ได้แค่ 80 เกินกว่านั้นเจ้าเข้า สั่นไม่หยุด ดูไม่รู้เรื่อง
4. ขี่ไปไหนมาไหน "เริ่มโหล"
5. แม้จะประกอบในไทย แต่โปรดตรวจสอบค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าบำรุงรักษาตามระยะทางและค่าเอ็กเซสประกันให้ดีก่อนซื้อ (เห็นค่าแรงช่างแล้วนึกว่าช่างพูดภาษาอิตาลีได้)
6. ออกรถใหม่เช็คริ้วรอยบนตัวรถให้ดีก่อนออกจากศูนย์ ถ้าถึงบ้านแล้วเจอรอยบนรถ ตัวใครตัวมันนะครับ


Z800: ข้อดี
1. ขี่ง่าย ไหลลื่น เหมาะกับมือใหม่ดี แต่ถ้ามือเก่ามาจับจะพบว่าเป็นรถคันนึงที่ขี่เล่นรอบได้สนุกมาก ๆ
2. พละกำลัง และยางที่ติดรถมาไปด้วยกันได้ดี
3. ช่วงล่างดีกว่าที่คิดไว้ในตอนแรกค่อนข้างเยอะ วิ่งเร็ว ๆ ผ่านหลุมบ่อไม่สะเทือนเท่าไหร่
4. กระจกมองข้างไม่แย่นะครับ ขี่เกิน 100 ยังดูรู้เรื่อง แค่มันไม่สวยเท่านั้น
5. เป็นคันเดียวใน 3 คันที่เปิดไฟฉุกเฉินได้ เย้!!!
6. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขี่ยังไงก็ไม่ร้อน รถติดมากกว่า 100 วิ ก็ไม่ต้องดับเครื่องแถมยังสามารถเบิ้ลเครื่องเล่นได้ด้วยนะ
7. ได้ข่าวว่าค่าอะไหล่ ค่าแรงและเอ็กเซสประกันถูกได้ใจ (เพราะช่างพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้มั้ง)

Z800: ข้อเสีย
1. งานประกอบไม่เนียนในบางจุด พลาสติคมีอ้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะส่วนท้ายรถ และพลาสติคที่ใช้ทำเรือนไมล์ดูเป็นของถูกถ้าเทียบกับชิ้นส่วนอื่นของรถ ส่วนด้านหน้ารถดูเผิน ๆ นึกว่า Z250
2. เครื่องแรง แต่เบรคที่ติดรถมานี่ไม่ไหวนะครับ บีบให้ตายก็ไม่จิกสักนิดนึง
3. รถจะหนักไปไหน เข็นตอนหลับตานึกว่าเป็น Ducati Diavel
4. ด้วยแรงม้า และน้ำหนักตัวที่แบกมา แม้จะมีโหมด ECO มันก็ยังกินน้ำมันใช่เล่นอยู่เหมือนกันนา



โดยสรุปรถทั้ง 3 คันนับว่าเป็นรถที่ดี มีจุดเด่นหรือลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไปตามแบรนด์ อาจมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไปบ้างเป็นธรรมดา หวังว่าคนที่กำลังด้อม ๆ มอง ๆ อยู่น่าจะได้ข้อมูลมากพอต่อการตัดสินใจซื้อรถนะครับ

ถ้าอ่านแล้วคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ใช้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อรถได้มากขึ้น หรือว่างแค่แวะมาอ่านเล่น ๆ ก็ขอขอบพระคุณที่สละเวลาครับ ในอนาคตหากมีเวลาและโอกาสจับรถพร้อมกันหลายคันจะมาเขียนใหม่ หวังว่าจะได้รถที่ถูกใจไปขี่กันหน้าหนาวนี้นะครับ

ขอขอบคุณพี่ "P" พี่ชายที่แสนดีเอื้อเฟื้อรถทดสอบ (ุ675) ราคาแพงลิ่วให้ข้าน้อยได้ทดสอบในครั้งนี้ครับ

หมู
G-FORCE
www.facebook.com/GForceThailand
Youtube: G-FORCE CHANNEL (สมัครได้แล้ววันนี้)

















www.facebook.com/GForceThailand
Youtube: G-FORCE CHANNEL (สมัครได้แล้ววันนี้)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ก.ย. 2013, 13:59 น. โดย G-Force (หมู) »

ออฟไลน์ Avigator

  • Z800 Riders
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 379
  • My Life Is a Journey
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 12:52 น. »
อ่านเพลินมากมายครับ ข้อมูล+รูปภาพ ประกอบการตัดสินใจได้ดีมากมายครับ
.........................
ขอขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ ครับ

 :) :love: :miao:
D a r k S i d e R i d e r

ออฟไลน์ Mick

  • Z800 Riders
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 135
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:18 น. »
ริวิวได้ยอดเยี่ยมมากครับ อ่านง่ายเข้าใจดี เป็นกลาง เห็นภาพชัดเจน.. ชอบมากๆฮะ
ตอบหมดทุกข้อสงสัย ที่ค้างคาใจมานาน  ;) ;)

ออฟไลน์ zaravak

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 70
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:22 น. »
สุดยอดมากครับ ขอบคุณพี่หมูหมากๆครับ

 :miao: :miao: :miao:
ไม่สำคัญว่าเราขับอะไร ขับกับใครสำคัญกว่า

ออฟไลน์ Aey Rangsit

  • Z800 Riders
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1272
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:24 น. »
ข้อมูลชัดเจนเป็นกลางดีครับ..

ออฟไลน์ staff

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2262
  • Uncompromised Operator
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:29 น. »
เขียนได้ดีครับ น่าไปเขียนบทความลงหนังสือ

ความรู้สึกที่สัมผัสได้กับ Z800 เหมือนผมเปี๊ยบเลย :)
Hell Unleashed

ออฟไลน์ boy_pilok

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
  • ยินดีต้อนรับสู่ Z800Thailand.com
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:35 น. »
ขอบคุณที่รีวิวให้ดูครับ ชอบมั่กๆ ;D ;D :)

ออฟไลน์ `HazarDz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
  • Kawasaki z800
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 13:50 น. »
รีวีว ได้ดีมากครับบบ รู้สึกได้เลยยยย  :cry2:

ออฟไลน์ p3nball

  • Sponser
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 101
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:03 น. »
รีวิวเนียนฝุดๆ

ออฟไลน์ qoo_sky

  • Z800 Riders
  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 78
  • ยอมอด ให้รถได้อิ่ม
Re: G-FORCE Review: Kawasaki Z800, Ducati Monster 795/796, Triumph Street Triple 675
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:06 น. »
 :)
ขอบคุณริวิวดี ๆ ครับ หาข้อมูลเปรียบเที่ยบแต่ละรุ่นเป็นภาษาไทยยากมาก ๆ ของฝรั่งก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง
 ;) ;) ;)

 



Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2013-2014 www.z800thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com