81797 กระทู้ ใน 8475 หัวข้อ - โดย 8853 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: 312522



ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการเลือกซื้อหมวกกันน๊อค ถุงมือ และรองเท้า สำหรับขี่รถbigbike  (อ่าน 12077 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ PIZ800

  • Z800 Riders
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 276
  • Z800
บทความนี้คัดลอกมาจาก www.118bikers.com

http://www.z800thailand.com/forum/index.php?action=post;board=25.0

วิธีการเลือกซื้อหมวกกันน๊อค ถุงมือ และรองเท้า สำหรับขี่รถbigbike

     มากันอีกแล้ว สำหรับบทความประเภทเอามะพร้าวห้าว มาขายสวน แต่ผมคิดว่าอาจจะมีน้องๆพี่ มือใหม่ไม่ทราบหรือทราบแต่คาดไม่ถึง ว่าทำไมเค๊าต้องเลือกกันแบบวุ่นวายขนาดนี้....
     เริ่มแรกเลยนะครับ พวกอุปกรณ์เซฟตี้สำหรับการขี่รถคันใหญ่ๆนี่ ค่อนข้างต้องพิถีพิถันกว่า เลือกซื้อของสำหรับขี่รถตลาดอยู่ เพราะรถประเภทเราๆท่านๆมักจะมีน้ำหนักมากและความเร็วสูง งั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น มักจะแรงกว่ารถเล็กแน่นอน งั้นเรามาเริ่มเลย
หมวกกันน๊อค( HELMET )
อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความที่แล้วนะครับ ว่าหมวกที่ผลิตในบ้านเรามาตราฐานยังต่ำกว่าของนอกมากแม้ว่าจะผ่าน มอก.ก็ตาม รูปทรงปัจจุบันสวยงามแบบก๊อปมาเหมือนมาก แต่วัสดุในการผลิตไม่ได้ ถ้าล้มแรงจริงๆคงเอาไม่อยู่
วิธีการเลือกซื้อหมวกนอก/ใหม่ แบรนด์ดังๆ( ราคาแพง )
1.  เอายี่ห้อ , สี และรุ่นที่เราชอบก่อน
2.  หมวกนอกส่วนมากจะผ่านมาตราฐาน ญี่ปุ่น Snell และ ย่านอเมริกา DOT จะปิดโชว์ที่ขอบๆหมวกเลย
3.   ทดลองสวมดูก่อน แม้ว่าจะรู้ไซส์ของตัวเองแล้วก็ตาม
       -  หมวกต้องกระชับพอดี ไม่หลวม ( คาดสายรัดคางแล้ว ) พอดีแบบที่ผมว่านี้คือบีบนิดหน่อย อาจจะดูรำคาญแต่พอคุณใส่ซักครั้ง2ครั้งฟองนำที่แก้มจะยุบตัวตามขนาดศรีษะ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าให้คับจนรู้สึกบีบมากๆ
       -  ทดลองเอาหันซ้ายขวาดู ทดลองเอามือผลักหมวกดูว่าหัวเรากับหมวกหันไปด้วยกันรึเปล่าว ถ้าหันไปตามมือเฉพาะหมวก ก็แสดงว่าไม่พอดี ที่ต้องย้ำว่าต้องฟิตพอดีเพราะ หากเกิดอุบัติเหตุจริงๆ หมวกที่พอดีกับหัวของเราจะไม่มีช่องว่าง ให้หัวขยับได้ แรงกระแทกจะซึมซับได้ดีกว่า
4.  แนะนำว่า เป็นสายแบบร้อยห่วงกลับ จะดีกว่าแบบอื่น แบบคลิบล๊อค อาจมีโอกาศหลุดได้ เพราะเวลากระแทกจริง มันเร็วและแรงมาก
5.  ส่วนที่หลายๆคนคิดไม่ถึงตอนเลือกซื้อคือ เสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาให้เราได้ยิน อันนี้บอกได้ยาก ต้องใช้การซักถามจากคนที่เคยใช้ยี่ห้อนี้มาก่อน หาข้อมูลของหลายคน แต่ที่บอกได้คือ ประเภทที่ มีรอยต่อ หรือจำนวนชิ้นมากๆ เสียงลมดังกว่าแน่นอน เช่นขี่รถสปอร์ตต้องก้มหมอบ แต่ไปเลือกซื้อหมวกแบบ เปิดคางได้มาใช้ ปรากฏว่าเสียงลมอื้ออึง หมวกประเภทนี้คุณต้องขี่รถประเภททัวร์ริ่ง ชิวส์สูงๆตัดลมได้ดี ถึงจะดีไม่รำคาญมาก
วิธีการเลือกซื้อหมวกนอก/มือ2
1.  ยกเว้นเรื่องสีรร ภายนอกไปเลยครับ เพราบางทีข้างนอกยังปิ๊ง..แต่ข้างในแย่
2.  ภายนอกให้ดูรอยถลอก รอยตกกระแทก รอยที่เป็นรอยขีดข่วนแบบตกพื้น รอยขูดบางๆไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าเป็นรอยกระแทกจนสีกระเทาะเป็นวงใหญ่ อันนี้ไม่ได้เลย แม้ว่าจะมีแค่แผลเดียวก็ตาม( ตรงอื่นใหม่กิ๊กๆ) เพราะแสดงว่ากระแทกมาหนักมาก (ฟาดกับของแข็ง)
อธิบาย...คือหมวกนที่ผลิตขึ้นมานี่ ถ้ามองตามภาพตัดขวางแล้ว ขั้นนอกจะเป็นไฟเบอร์หรือคาร์บอน ขั้นที่2 จะเป็นโฟมแบบหนาแน่นสูง(ไม่ใช่โฟมแบบเราเอามาตัดทำกระทง วันลอยกระทง ) ชั้นที่3 เป็นฟองน้ำบุ   คราวนี้คุณสมบัติของหมวกที่ดีๆผ่านมาตราฐานสูงๆคือ กระจายแรงกระแทก ชั้นนอกจะยุบลงมาถึงโฟม กระจายแรงกระแทกไปรอบๆ เสร็จแล้ว ไฟเบอร์หรือคาร์บอนมันไม่แตก แต่กลับคืนตัวเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่โฟม เมื่อโดนแรงกระแทกแล้ว ไม่คืนตัว ภาพที่มองเห็นคือมันจะกลายเป็นโพรงอากาศในหมวก เรามองจากภายนอกไม่เห็น เห็นแค่รอยสีแตกกระเทาะเป็นวง ก็เลยเข้าใจว่า หมวกใบนี้ใช้ได้มีสีถลอดแค่จุดเดียว ที่ไหนได้มันเป็นโพรงข้างใน มองจากในหมวกก็ไม่เห็น ถ้าคุณซื้อใบนี้มาใช้งาน ถ้าโชคร้ายไปล้มกระแทกตรงที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้หละแตกเลย เพราะมันกระจายแรงกระแทกไม่ได้
ฉะนั้น...หมวกประเภทที่ทำสีขึ้นใหม่ หรือรอยจุดเดียวใหญ่ แม่ว่าโดยรวมจะดูดี ก็ไม่น่าหามาใช้งานครับ แต่ถ้ารอยนิดๆหน่อยที่เจ้าของเก่าไม่รักษา รอยถลอกขีดข่วนเล็ก พอรับได้ ไม่อันตราย ถ้าฟองน้ำมันยุบคุณก็หาชุดอะไหล่มาใส่ใหม่เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคือหมวกมือ2  ถ้าเลือได้ควรหาประเภทถอดภายในซักได้จะดีมาก ไอ้ที่ไปหุ้มมาใหม่ในบ้านเรานั้น ไม่มีมาตราฐานครับ ซักเดี๋ยวก็ยุบ หลวมโครก....
วิธีดูแลรักษาหมวกนะครับ เริ่มแรกคือ
1. ถ้าไม่มีไอ้โม่งหรือไม่เคยใส่ก็หามาใส่ซะ เพราะเหงือที่ออกมาจาหัวเรานี่จะได้ไปอยู่ที่ผ้าไอ้โม่งแทน ไม่งั้นถ้าไม่ใส่ เราก็อาจต้องซักหมวกบ่อยขึ้น
2. การซักนี่ส่วนมากก็ปีละแค่2-3ครั้งเองครับ ถ้ามีโม่ง(เราอาศัยไปซักโม่งแทน )
3. ผ้าที่ใช้เช็ดนี่ขอแบบนิ่มๆนะครับ อาจเป็นเสื้อเก่าๆของเราก็ได้แต่ขอที่มันนิ่มแล้ว
4. ถ้าออกตจว.หรือทริปไกลๆกลับมาแล้ว เจอพวกแมลงก็ต้องหาน้ำเช็ดเลยอย่าปล่อยไว้นานๆ
5. ยาขัดสีหยาบๆไม่แนะนำให้ใช้ครับ เพราะถ้าบ่อยๆเข้า สีมันซีด ให้เอายี่ห้อที่มันดีหน่อย
6. ชิวกันลม นี่ใช้แค่แชมพูนะครับ ห้ามเอาครีมอะไรไปขัดเลย เพราะเค๊าเลือบฟิลม์มาจากโรงงานผลิตแล้ว เดี๋ยวมันจะลอกเป็นจุดๆ
7. ถ้าหมวกเป็นแบบถอดซักไม่ได้ ก็ให้หาถังใบใหญ่ ผสมแชมพู เอาหมวกลงไปเลยทั้งใบ บีบๆเอาสารพัดสกปรกออกแล้ว ซักน้ำเปล่าวจนสะอาดแล้วผึ่งไว้ในร่มนะครับ ที่เน้นว่าในร่มเพราะ พวกโฟมหรือวัสดุบางชิ้นในหมวก โดนความร้อนโดนแดดบ่อยๆ จะยิ่งเสื่อมสภาพไว
8. ขอบยางให้ใช้ครีมที่เค๊าแถมมาให้ทา ยางจะได้ลื่นและยืดอายุของยางด้วย
9. การซักนี่ แม้ว่าจะเป็นแบบถอดซักได้ก็ไม่แนะนำให้ถอดเข้า-ออกบ่อยๆ เพราะมันจะหลวม
คราวนี้รับรองว่าอายุการใช้งานคุ้มแน่นอน

ออฟไลน์ PIZ800

  • Z800 Riders
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 276
  • Z800
มาต่อกันครับ..

ถุงมือ ( GLOVE )
วิธีการเลือกซื้อ
1.  ก็คงเอาแบบที่สวยถูกใจไว้ก่อน
2.  ประเภทการใช้งาน 2.1 ถุงมือสั้น ผ้า สำหรับใช้งานในเมืองหรือรถประเภทวิบาก ระบายความร้อนได้ดี
                                  2.2 ถุงมือสั้น หนัง ใช้ในเมืองหรือออกทริปไกลๆพอไหว
                                  2.3 ถุงมือยาว หนัง เหมาะสำหรับออกทริปไกลๆ
ข้อแนะนำ... ถุงมือปัจจุบัน ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน ส่วนมากมักจะอิงแฟชั่นจากสนามแข่ง ทั้งลวดลายสีสรร หรือวัสดุป้องกัน เช่น เคปล่าหรือคาร์บอน แต่ทั้งนี้ให้มองถึงการใช้งานในบ้านเราเป็นเกณท์นะครับ ในเมืองอากาศร้อน ควรจะใช้แบบสั้นดีกว่า แต่ถ้าคุณต้องการการป้องกันที่เยอะขึ้นก็เลือกเอาแบบผสมหนังหรือคาร์บอนมาใช้ก็จะดียิ่งขึ้น แต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย แต่ถ้าออกทริปตจว.ไกลๆขอแนะนำเป็นถึงมือหนังแบบยาวจะดีกว่า แม้ว่าจะระบายอากาศได้น้อยกว่า แต่ให้ความปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุ คนนึงจะมีไว้เลือกใช้งานซัก2-3คู่คงไม่แปลก....
การซื้อขอให้ทดลองใส่อย่ากะเองด้วยสายตาหรือซื้อไซส์ที่ใส่ประจำ เพราะทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ออกมาใหม่ แม้ว่าจะเป็นขนาดเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อ เผลอๆก็คับ หลวมต่างกัน ฉะนั้นลองเองก่อนจ่ายเงินจะดีที่สุด
                    เมื่อส่วมใส่แล้ว อย่างแรกที่ต้องมองคือ ให้ใส่แล้วรู้สึกพอดีอย่าคับหรือหลวมเกินไป ให้เหลือปายนิ้วชี้และปลายนิ้วกลางไว้เล็กน้อย ลองกำมือดู ถ้าปลายถุงมือรั้งมาจนชนปลายนิ้วมากก็ใช้ไม่ได้เพราะเราต้องกำแฮนด์ตลอดเวลา ถ้าปลายนิ้วชนจะทำให้เกิดอาการชาที่มือ( ปลายประสาทที่นิ้วมือ ) พอขี่นานๆไปจะรู้สึกทันที อันตรายมาก ฉะนั้นจำไว้แม่นๆ อีกอย่างคือหลวมไปก็ไม่ดีเพราะหนังที่ฝ่ามือจะพับ ทับกัน พอขี่นานๆจะรำคาญมาก
วิธีดูแลรักษา
1.  ซักน้ำไม่ได้ครับ( หนัง ) ให้ผึ่งแดดอย่างเดียว
อีกอย่างนึงที่จะบอกให้ทราบคือ อายุการใช้งานของถุงมือ ไม่ว่าจะราคาถูกพันกว่าๆหรือแพงแสนจะแพง 6-7พันบาทก็มี คืออายุการใช้จะแค่ประมาณ1ปีเท่านั้น ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า ส่วนใหญถุงมือจะขาดที่ตะเข็บยางยืด (เวลาเราดึงเข้าหรือถอดออก)ที่ข้อมือ กับที่ฝ่ามือ หนังจะบางไปเรื่อยๆ และอีกที่คือปลายนิ้วชี้ มักจะขาดทะลุไปก่อน ตอนนี้บ้านเรามีทางเลือให้นักบิดเยอะมากกว่าสมัยก่อนที่ผมเริ่มมาขี่ เมื่อก่อนถุงมือญี่ปุ่นอย่างเดียว เดี๋ยวนี้ แบบใหม่ๆทันสมัยผลิตในประเทศโลกที่3เยอะมาก ราคาถูกลง แต่ส่วนใหญ่คนมักจะมองแต่แบรนด์เนมดังๆ เข้าใจว่ามันทนกว่า แต่เท่าที่ผมทดลองใช้มาหลายๆรุ่น อายุการใช้งานพอๆกันครับ ถ้าคุณไม่ติดแบรนด์หละก็ จะประหยัดได้เยอะ บางทีถุกว่ากันเกินครึ่งถึง1ใน3เลยที่เดียว
รองเท้า ( BOOT )
วิธีการเลือกซื้อ
1.  ก็คงเหมือนอย่างอื่นๆคือให้สวยถูกใจไว้ก่อน
2.  รองเท้าสำหรับขี่รถมอไซด์แบบเฉพาะๆนะครับ ( คงไม่นับรวมถึงรองเท้าผ้าใบธรรมดา )
แยกเป็นแบบสั้นและยาวแล้วกันครับ แบบสั้น( หนัง )ส่วนใหญ่แล้วที่ว่าสั้นนั้นอย่างน้อยความสูงของรองเท้าต้องเลยตาตุ่มขึ้นมา เพราะจุดประสงค์คือสำหรับขี่มอไซด์ ต้องกันตาตุ่มด้วย แต่ก็ยังแยกย่อยตามประเภทรถอีกคือ รองเท้าแบบทู่ๆ(หัวเหล็ก)มักจะไว้ขี่ช๊อปฯหรือทัวร์ริ่งที่ปลายเท้าไม่ต้องกดลงมาเพื่องัดเกียร์มากๆ ส่วนประเภทที่เป็นสปอร์ตหรือ สปอร์ตทัวริ่งหรือสไตล์รถแข่ง ปลายรองเท้าต้องแบนเรียว เพราะท่านั้น ยิ่งใส่พักเท้าแต่งที่เขยิบถอยหลังออกไปอีกนั้น ปลายเท้าต้องใช้งัดเกียร์ได้แบบสะดวกไม่ลำบาก แบบสั้นคงเหมาะสำหรับทางใกล้ๆหรือในเมืองมากกว่า
      รองเท้าแบบบูทยาว ความสูงมาถึงครึ่งหน้าแข้ง ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นรองเท้าขี่รถทางเรียบช่วงน่องจะกว้างมากกว่ารองเท้าบูทปรกติเพราะอาจจำเป็นต้องเอากางเกงยัดเข้าไปในรองเท้าบูท และต้องเผื่อให้ความยาวของสนับเข่ายาว สอดเข้าไปได้ด้วย
       การเลือกซื้อ อย่างแรกคือทดลองใส่ แล้วรูดซิป ลองเดินดูว่าพอดีรึเปล่าว ( เมื่อประมาณ5-6ปีที่แล้วมีรุ่นนึงที่บ้านเราฮิตมา อัลไพน์สตาร์ คู่ละตั้งเกือบหมื่นหรือรุ่นท๊อปหมื่นกว่า แต่ทุกคนที่เคยใช้จะต้องเอารองท้าที่ใหม่ๆนี่หละ ไปให้ช่างรองเท้าเย็บพื้นใหม่ เพราะ อิตาลี่เค๊าไม่เย็บมาให้ ทากาวมาอย่างเดียว ตลกมั๊ย แล้วคนซื้อก็ไปบอกร้านที่ขายว่า รองเท้าที่เพิ่งซื้อไป เดินได้พักเดียว พิ้นอ้าซะแล้ว ทางร้านก็ตอบมาว่า รองเท้าพวกนี้เค๊าใช้สำหรับขี่รถอย่างเดียว ใครเค๊าออกแบบมาให้เดินกันบ่อยๆหละ...แป๊ว!!@! งงสิครับท่าน คิดไปคิดมา เออ..จริง..นักแข่งมันขี่อย่างเดียว ถ้าเดินก้แค่เดินเข้าพิทแล้วก็นั้ง ไม่ได้ซื้อมาใส่เดินทางออกทริปแบบบ้านเรา..55 เถียงไม่ออก สรุปว่าต้องไปเย็บใหม่ )
       รองเท้า วัสดุเป็นหนังครับ ฉะนั้นต้องมียืดมีขยายแน่นอน เพียงแต่ว่ามันจะขยายได้ไม่มาก เวลาเลือกวื้อควรเลือกที่พอดีแต่ไม่ถึงขนาดคับจนเดินลำบาก บีบนิ้วก้อย นิ้วชี้จนเจ็บ ถ้าอย่างนั้นกว่าจะยืดจยใส่ได้พอดีคงเป็นง่อยซะก่อน เลือเอาพอดีแต่ไม่บีบ แล้วพอคุณใส่เดิน ใส่ออกทริปไปซักพัก มันจะขยายจนคุณใส่สบาย แต่ถ้าคุณเลือกหลวมๆมาเผื่อมันกัด คราวนี้พอมันขยาย มันจะหลวมจนคุณรำคาญเลยหละ
การบำรุงรักษา... ก็เหมือนรองเท้าหนังทั่วๆไป คือเช็ดถูน้ำยาซะบ้าง หนังจะได้ทนๆ

เอาหละฝอยแบบน้ำท่วมทุ่ง บางทีก็เป็นเรื่องธรรมด๊า..ธรรดา แต่บางคนก็ไม่ทราบ ฉะนั้นเพื่อนๆที่ทราบกันดีแล้วก็อย่าเพิ่งเบื่อผมซะก่อน

ปุ้ม118

ขอบคุณเว็ป www.118bikers.com ไว่ ณ ที่นี่ด้วยครับ...


ออฟไลน์ Jack Z

  • Z800 Riders
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 851
ID LINE: jackz800

ออฟไลน์ pee

  • Z800 Riders
  • Sr. Member
  • *
  • กระทู้: 306
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
 :) :-* :P

ออฟไลน์ Bassitmixco

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
ซื้อทั้งทีเอาตัวคุณภาพดีๆ เลยครับผม

 



Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2013-2014 www.z800thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com